IG แคนดี้ รากแก่น | “...ไม่กี่ชั่วโมงก่อนการเสด็จทางสถลมารคเมื่อวานนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเปลี่ยนพระทัยจากการรอรับเสด็จในพลับพลาพิธี เป็นเสด็จในขบวนในฐานะพระราชองครักษ์ เพื่อทรงแสดงถึงพระราชหฤทัยอันแน่วแน่ ที่จะทรงปกป้องพระมหากษัตริย์ไว้ยิ่งชีพ ร่วมกับข้าราชบริพารและประชาชนทุกคน ดังนั้น เมื่อก่อนขบวนออก ๒ ชั่วโมงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา จึงทรงตัดสินพระทัยลงตามเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ โดยทันที แม้ทรงไม่ได้ทรงเตรียมพระองค์มา เช่นเดียวกันกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ ประชาชนที่เปล่งเสียงทรงพระเจริญตลอด ๖ ชั่วโมงที่เสด็จพระราชดำเนินผ่านนั้น ดังมากจนขบวนไม่ได้ยินเสียงกลองที่ให้จังหวะ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี ทรงแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการทรงเปล่งเสียงกลองใหญ่ให้จังหวะกับขบวนด้วยพระองค์เอง หลังจากนั้นข้าราชพริพารและทุกคนจึงช่วยกันให้จังหวะกับกองทหาร ประเทศเรามีบุญเหลือเกินที่มีพระมหากษัตริย์และเจ้านายที่เข้มแข็งเช่นนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ คงทรงทราบว่า พระราชยานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับนั้น ไม่ได้เป็นสิ่งที่ทรงสุขสบายอะไร เพราะขยับพระองค์ไม่ได้ รอบๆ ก็มีลวดลายแข็งไม่ใช่บุนวม ที่วางพระบาทก็ยังไม่มีที่ขยับเลย ขบวนใช้เวลาเดินถึงแต่ละวัดก็ชั่วโมงกว่า และเมื่อลงพระราชยานก็ทรงปฏิบัติพระราชพิธีอีกเกือบ ๕๐ นาที เป็นเช่นนี้ทั้ง ๓ วัด เมื่อคืนเริ่ม ๑๖.๐๐ น เสร็จหมาย ๒๔.๐๐ น. แต่เพื่อจะได้ให้ประชาชนได้เห็นในหลวงกันทุกคน ท่านจึงทรงทำตามที่พระมหากษัตริย์รัชกาลก่อน ๆ ได้ทรงปฏิบัติสืบต่อกันมา และนี่คงเป็นเหตุผลที่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ทรงตัดสินพระทัยร่วมเสด็จข้างพระองค์ในหลวงตลอดเวลา ด้วยความรัก ห่วงใย และมีน้ำพระทัยที่จะถวายความจงรักภักดีเป็นที่สุด สีเหลือง ๆ ตามข้างทางไม่ใช่ดอกดาวเรือง แต่เป็นสีเสื้อประชาชนที่มาร่วมรับเสด็จชื่นชมพระบารมีกันมืดฟ้ามัวดินเหมือนเช่นเดิม เป็นบุญเหลือเกินที่เกิดมาใต้ผินแผ่นดินไทยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงปกครอง ขอพระองค์ทรงพระเจริญ...” ข้อมูลจาก คุณอธิมุติ กาญจนมณี ภริยา พันโท สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง ฝ่ายนโยบายและแผนปฏิบัติการ

“...ไม่กี่ชั่วโมงก่อนการเสด็จทางสถลมารคเมื่อวานนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเปลี่ยนพระทัยจากการรอรับเสด็จในพลับพลาพิธี เป็นเสด็จในขบวนในฐานะพระราชองครักษ์ เพื่อทรงแสดงถึงพระราชหฤทัยอันแน่วแน่ ที่จะทรงปกป้องพระมหากษัตริย์ไว้ยิ่งชีพ ร่วมกับข้าราชบริพารและประชาชนทุกคน

ดังนั้น เมื่อก่อนขบวนออก ๒ ชั่วโมงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา จึงทรงตัดสินพระทัยลงตามเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ โดยทันที แม้ทรงไม่ได้ทรงเตรียมพระองค์มา เช่นเดียวกันกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ

ประชาชนที่เปล่งเสียงทรงพระเจริญตลอด ๖ ชั่วโมงที่เสด็จพระราชดำเนินผ่านนั้น ดังมากจนขบวนไม่ได้ยินเสียงกลองที่ให้จังหวะ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี ทรงแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการทรงเปล่งเสียงกลองใหญ่ให้จังหวะกับขบวนด้วยพระองค์เอง หลังจากนั้นข้าราชพริพารและทุกคนจึงช่วยกันให้จังหวะกับกองทหาร

ประเทศเรามีบุญเหลือเกินที่มีพระมหากษัตริย์และเจ้านายที่เข้มแข็งเช่นนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ คงทรงทราบว่า พระราชยานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับนั้น ไม่ได้เป็นสิ่งที่ทรงสุขสบายอะไร เพราะขยับพระองค์ไม่ได้ รอบๆ ก็มีลวดลายแข็งไม่ใช่บุนวม ที่วางพระบาทก็ยังไม่มีที่ขยับเลย ขบวนใช้เวลาเดินถึงแต่ละวัดก็ชั่วโมงกว่า และเมื่อลงพระราชยานก็ทรงปฏิบัติพระราชพิธีอีกเกือบ ๕๐ นาที เป็นเช่นนี้ทั้ง ๓ วัด เมื่อคืนเริ่ม ๑๖.๐๐ น เสร็จหมาย ๒๔.๐๐ น.
แต่เพื่อจะได้ให้ประชาชนได้เห็นในหลวงกันทุกคน ท่านจึงทรงทำตามที่พระมหากษัตริย์รัชกาลก่อน ๆ ได้ทรงปฏิบัติสืบต่อกันมา และนี่คงเป็นเหตุผลที่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ทรงตัดสินพระทัยร่วมเสด็จข้างพระองค์ในหลวงตลอดเวลา ด้วยความรัก ห่วงใย และมีน้ำพระทัยที่จะถวายความจงรักภักดีเป็นที่สุด สีเหลือง ๆ ตามข้างทางไม่ใช่ดอกดาวเรือง แต่เป็นสีเสื้อประชาชนที่มาร่วมรับเสด็จชื่นชมพระบารมีกันมืดฟ้ามัวดินเหมือนเช่นเดิม เป็นบุญเหลือเกินที่เกิดมาใต้ผินแผ่นดินไทยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงปกครอง ขอพระองค์ทรงพระเจริญ...” ข้อมูลจาก คุณอธิมุติ กาญจนมณี ภริยา พันโท สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง ฝ่ายนโยบายและแผนปฏิบัติการ

โพสต์เมื่อ
7 พ.ค. 62 - 20:18:22
ถูกใจ
3,840 คน
ความคิดเห็น
0 ข้อความ
คะแนน
0.00